วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

นางสาวก้านตอง พิพิธกุล 57181400131

การสื่อความหมายและการสื่อสาร 
“การจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ”

การสื่อสาร (Communication) หมายถึง กระบวนการส่งข่าวสารข้อมูลจากผู้ส่งข่าวสารไปยังผู้รับข่าวสาร มีวัตถุประสงค์เพื่อชักจูงให้ผู้รับข่าวสารมีปฏิกริยาตอบสนองกลับมา โดยคาดหวังให้เป็นไปตามที่ผู้ส่งต้องการ
องค์ประกอบของการสื่อสาร ประกอบด้วย
            1. ผู้ส่งข่าวสาร (Sender)
            2. ข้อมูลข่าวสาร (Message)
            3. สื่อในช่องทางการสื่อสาร (Media)
            4. ผู้รับข่าวสาร (Receivers)
            5. ความเข้าใจและการตอบสนอง
คุณลักษณะของผู้ประสบความสำเร็จในการสื่อสาร
          1. มีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ
          2. มีทักษะในการสื่อสาร
          3. เป็นคนช่างสังเกต เรียนรู้ได้เร็ว และมีความจำดี
          4. มีความซื่อตรง มีความกล้าที่จะกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง
          5. มีความคิดสุขุม รอบคอบ
          6. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
          7. คิดและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี
          8. มีความสามารถแยกแยะและจัดระเบียบข่าวสารต่าง ๆ
          9. มีความสามารถในการเขียนได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
         10. มีศิลปะและเทคนิคการจูงใจคน
         11. รู้ขั้นตอนการทำงาน
         12. มีมนุษยสัมพันธ์ดี
เทคนิคสอนภาษาอังกฤษให้นักเรียนสื่อสารได้
เรามีเทคนิคการสอนภาษาอังกฤษให้นักเรียนสื่อสารได้ มาให้ครูที่สอนภาษาอังกฤษลองศึกษาดูว่า เทคนิคของท่านเป็นหรือคล้ายแบบนี้หรือไม่
ผู้เขียนเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในระดับชั้นประถมศึกษา ได้ฝึกฝนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร (Communicative Approach) ตามหลักสูตรตั้งแต่ปี 2521 มาจนถึงหลักสูตรปัจจุบัน ความเปลี่ยนแปลงของหลักสูตรภาษาอังกฤษในปี พ.ศ.2539 ที่ครูต้องสอนภาษาอังกฤษในระดับเตรียมความ
พร้อมตั้งแต่ชั้น ป.1-ป.2 เพื่อให้นักเรียนสามารถสื่อสารได้ในทักษะฟังและพูด ทำให้การจัดการเรียนรู้ในขณะนั้นเปลี่ยนไป ผู้เขียนได้พัฒนาวิธีการเรียนรู้ภาษาตามแนวธรรมชาติบนพื้นฐานความเชื่อว่า "ภาษาเป็นสิ่งที่คนปกติเรียนรู้ได้ไม่เกี่ยวข้องกับความฉลาด ความโง่ หรือสติปัญญา"
ดังนั้น การร่วมปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ของผู้เรียนต้องมีภาษาที่ใช้พูดสื่อสาร ตอบรับ ด้วยท่าทางหรือคำพูดต่างๆ เหมือนกับการเรียนรู้ภาษาแม่ของเด็กเล็กๆ จากการฟังและพูดของบุคคลรอบข้าง แล้วเริ่มเรียนเสียง กิริยา คำพูด และทำความเข้าใจจากการย้ำ ซ้ำ ทวน ผู้เขียนจึงได้ทดลองใช้วิธีการสอนภาษาตามแนวธรรมชาติ เพื่อจัดการเรียนรู้ในระดับเตรียมความพร้อม (Preparatory Level) ในระดับชั้น ป.1-ป.2 ดังนี้
1. ห้อมล้อมนักเรียนด้วยภาษา (Surround the Students with Language) โดยการอ่านนิทานประกอบภาพที่เข้าใจง่าย การอ่านเป็นไปในระดับปกติ ค่อนข้างช้า ขณะเดียวกันก็ชี้รูปภาพประกอบไปด้วย นิทานสำหรับเด็กจะมีคำซ้ำๆ เพื่อให้เด็กได้คิดเดาเหตุการณ์และความหมาย เช่น เรื่อง "Soldier, Soldier Won‘t you marry me?" จะมีประโยคคำถามนี้และคำตอบ "No, sweet maid I can’t marry thee." ซ้ำกันตลอดเรื่องจนกระทั้งตอนจบที่ Soldier ตอบว่า "…….. for I have my wife of my own" เมื่อนักเรียนฟังเรื่องตลอด (โดยไม่มีการแปล) แล้วสามารถเดาตอนจบได้ว่า "เพราะเขามีภรรยาหรือแต่งงานแล้ว" การอ่านนิทานสนุกๆ เหล่านี้นักเรียนจะได้ฟังภาษาอังกฤษ และฝึกตอบ Yes/No หรือตอบคำถามเป็นคำๆ ได้ เป็นการฝึกทักษะการฟัง การพูดและคิดในขณะเดียวกัน
2. สอนจากสิ่งที่ใกล้ตัว (Here and Now) และเป็นสิ่งที่มีความหมายต่อนักเรียน เช่นในการสอนประโยคคำพูดเพื่อขอสิ่งของ ครูนำผลไม้ตามฤดูกาล เช่น ชมพู่ลูกเล็กๆ ซึ่งมีครูคนหนึ่งนำมาจากบ้านเพื่อแจกให้นักเรียน แต่ครูนำไปใช้สอนประโยคให้นักเรียนสื่อสารได้ในขณะเดียวกัน โดยฝึกภาษาพูด May I have a rose apple, please. นักเรียนจับคู่ฝึกหลังจากฟังครูพูดและพูดเลียนแบบได้แล้ว เมื่อทั้งคู่ฝึกประโยคถูกต้องก็มาขอชมพู่จากครู เมื่อได้รับต้องกล่าวคำว่า Thank you และครูสอน You’re welcome ได้ในสถานการณ์นั้นทันที แล้วเปลี่ยนให้เด็กใช้ภาษาสื่อสารกันเอง นักเรียนก็จะได้เรียนรู้ที่จะฟัง พูด โต้ตอบอย่างมีความหมาย โดยไม่ต้องแปล เพราะใช้ภาษาสื่อสารได้ในสถานการณ์จริง จากกิจกรรมที่ทำทำให้เกิดความสุข สนุกสนาน สามารถเชื่อมโยงโครงสร้างนี้ไปสู่ประสบการณ์เดิมที่รู้จักผลไม้มาก่อนหน้านี้ โดยครูสามารถตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน เช่น ครูชูลูกชมพู่ขึ้น แล้วถาม  
ในการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารนี้ครูไม่ต้องเสียเวลาอธิบาย เพราะสถานการณ์จะทำให้นักเรียนเข้าใจและแสดงออกด้วยการสื่อสาร ถ้าครูทำอย่างนี้บ่อยๆ นักเรียนก็จะเกิดทักษะในการใช้ภาษาสื่อสาร จะใช้ภาษาโดยไม่ต้องคิดเรียบเรียงประโยค โดยเฉพาะประโยค Yes/No นักเรียนจะตอบได้โดยอัตโนมัติ
3. สอดแทรกวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาไปพร้อมกับการสื่อสาร (Studying Language is Studying Culture) เพราะการเรียนรู้ภาษาคือการเรียนรู้วัฒนธรรม ในการสอนการแนะนำและการทักทาย ครูใช้เทปเพลง The Family Song และเตรียมหน้ากากกระดาษเป็นรูปหน้า Father และ Mother ครูให้อาสาสมัคร 4 คน ชาย 2 คน หญิง 2 คน ออกมาหน้าชั้น คู่แรกแสดงเป็น Father และ Mother ใช้หน้ากากบังหน้า อีกคู่หนึ่งเป็น Sister และ Brother ครูพูดกับนักเรียนว่า "Today, I would like to introduce you my family." "Listen to the song and watch what I do." ครูเปิดเพลงทำท่าแนะนำพ่อ แม่ น้องสาว น้องชาย ไปทีละคน
ในการฟังเพลงครั้งที่ 2 ครูให้นักเรียนทุกคนพูดทักทายตามประโยคที่ขีดเส้นใต้ ในครั้งต่อไปครูให้อาสาสมัคร "Nice to meet you" เมื่อครูแนะนำและนักเรียนทุกคนทักทายตอบ)
        เมื่อใช้คำถามตรวจสอบความเข้าใจในสถานการณ์ (เป็นภาษาไทย) แล้ว ครูเปลี่ยนอาสาสมัครและเพิ่มจำนวน 1 คน สมมติว่าครูแนะนำนักเรียนคนนี้ให้รู้จักครอบครัวของครู ให้มีการจับมือ (Shake hands) ขณะพูดทักทายไปทีละคนด้วย ในตอนสุดท้ายเป็นการสื่อสารด้วยนักเรียนทั้งหมด เพื่อแนะนำครอบครัวของตนเอง เปิดเพลงที่มีเฉพาะดนตรี นักเรียนทุกคนร้องเพลงแทน และผลัดเปลี่ยนกันแสดงบทบาท ครูนำคำว่า Father Mother Brother Sister มาให้นักเรียนอ่านหรือวาดภาพประกอบเป็นการสรุปบทเรียนตามที่นักเรียนเข้าใจ

ในการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ผู้เขียนมีแนวคิดง่ายๆ ว่าภาษามีไว้สำหรับพูดกันครูควรให้โอกาสนักเรียนได้พูดกับครู พูดกับเพื่อน โดยใช้ภาษาอย่างมีความหมายและสนุกสนาน เพิ่มความสามารถในการใช้ภาษาวันละเล็กละน้อย สร้างสถานการณ์ให้ได้ฝึกจนเกิดทักษะ เมื่อนักเรียนขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เขาก็พร้อมที่จะเรียนรู้ทักษะอ่านและเขียนเหมือนกับนักเรียนที่สื่อสารภาษาไทยได้ก่อนที่จะมาเข้าโรงเรียนนั่นเอง
http://www.myfirstbrain.com/teacher_view.aspx?id=67241